[EHW] Eremes Zingerese - Margaret the brown owl

posted on 06 Sep 2015 08:03 by farlyanar in ExteenCommunities

เอ็นทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ

   

การบ้านวิชาดูแลสัตว์วิเศษ : การจดบันทึกการดูแลสัตว์  

.    

 

 

 

 

 

 

ความประทับใจที่ผมมีต่อมาร์กาเร็ตเกิดขึ้นในเช้าวันหนึ่ง ระหว่างมื้ออาหารที่ผมกำลังเริ่มจ้วงพายอย่างเร่งรีบเพราะว่าตื่นสายไปพอสมควร ก็พอดีกับเวลาที่เหล่านกฮูกจะนำจดหมายมาส่งให้ถึงมือผู้รับตามโต๊ะต่างๆ

ผมจำได้ว่าตัวเองกำลังก้มหน้าก้มตารีบกินพลางแบ่งอาหารในจานให้สไกล่าร์ไปด้วย (อันที่จริง----คือกำลังโดนแย่ง ในเมื่อให้อาหารไปเท่าไหร่สไกล่าร์ก็ไม่เคยรู้จักคำว่าพอ แล้วยังยื่นหน้ายื่นปากมาขอถึงบนโต๊ะมันซะทุกครั้ง ผมก็รู้นะว่าอาหารของพ่อมดแม่มดหรือจะของมักเกิ้ลก็ไม่ค่อยดีกับสุนัข แต่เมื่อมันถือวิสาสะกัดเข้าไปแล้วก็ต้องให้มันไป ทำไงได้) ระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียงกระพือปีกพึ่บพับเหมือนกับจะตรงมาหา ตอนแรกก็นึกว่าเป็นเจ้านกฮูกนาตัวโตที่มักเอาของจากที่บ้านมาส่งอาทิตย์ละครั้ง แต่พอเงยหน้าขึ้นก็กลับเห็นว่าเป็นนกฮูกสีน้ำตาลตัวเล็กที่มาพร้อมห่อของห่อหนึ่งขนาดพอๆกับตัวของมัน มันบินโฉบผ่านเหนือหัวผมไปอย่างน่าหวาดเสียวจนถึงเจ้าของที่คอยรับอยู่ไม่ไกลได้ในที่สุด

จำได้ว่าเพื่อนที่นั่งข้างผมในตอนนั้นถึงกับปรบมือด้วยความประทับใจเลยทีเดียว

หลังจากวันนั้นผมก็เห็นมันอีกสองสามครั้ง และทุกครั้งมันจะปรากฏตัวพร้อมกับเนวาน เด็กปีหนึ่งบ้านเรเวนคลอผู้เป็นเจ้าของ ท่าทางการชอบซุกในอุ้งมือของมันน่ารักน่าเอ็นดูเสียจนสุดท้ายผมก็อดใจไม่ไหว ต้องเดินไปเจรจา(สำหรับเนวานคงดูเหมือนแกมบังคับ เพราะเขาดูเป็นห่วงนกฮูกของตัวเองไม่น้อย)เพื่อขอแลกกันดูแลกับสไกล่าร์ในวิชาการดูแลสัตว์วิเศษจนได้

ถึงกับตัวเจ้าของเขาจะยอมตกลงในเวลาไม่นาน แต่สำหรับมาร์กาเร็ตแล้วกลับต้องใช้เวลาเป็นอาทิตย์เพื่อทำความคุ้นเคยกันเสียก่อน ถึงแม้เนวานจะบอกว่านกฮูกของเขานั้นมีนิสัยเป็นมิตรและเป็นกันเองกับทุกคน แต่ว่าผมก็ไม่แน่ใจว่าถ้าพามันมาเลยมันจะซึม หงอย หรือเครียดที่ต้องเปลี่ยนที่อยู่และต้องห่างจากเจ้าของจนไม่สบายหรือเปล่า เพราะอาการนี้เคยเกิดขึ้นกับสไกล่าร์ตอนที่พี่ชายผมเพิ่งพามันมาไว้ที่บ้าน ดูเหมือนมันจะถูกทิ้งจึงดูผอมและตรอมใจอย่างน่าสงสาร นอกจากนั้นยังเครียดกับสภาพแวดล้อมใหม่ที่มีทั้งนก หมา แมว งูหลามยักษ์ ไปจนถึงสัตว์วิเศษอย่างตัวพัฟสไกน์ คนทั้งบ้านต้องใช้เวลาดูแลกันอยู่นานสไกล่าร์ถึงมีบุคลิกแบบที่เห็นอย่างในปัจจุบัน คือให้ความรักแก่ทุกคนจนเกินพอดี และกินทุกอย่างที่ขวางหน้า เพราะมันเคยพบเจอการถูกทอดทิ้งและเคยต้องหิวโหยอย่างมากมาก่อนนั่นเอง

เมื่อได้สร้างความคุ้นเคยกับมาร์กาเร็ตแล้วในระดับหนึ่ง หลังจากนั้นสองสามวันเมื่อต่างฝ่ายต่างพร้อมผมก็ยัดชามอาหาร และอาหารสุนัข ขนมสุนัขนิดหน่อย ของเล่นอีกสองสามอย่างลงถุงผ้าใบใหญ่ แล้วก็พาสไกล่าร์ไปส่งให้เนวานที่หน้าทางเข้าห้องนั่งเล่นรวมของเรเวนคลอ ส่วนเขาก็ส่งกรงของมาร์กาเร็ตกับข้าวของจำเป็นสองสามอย่างมาให้ เจ้านกฮูกสีน้ำตาลนั่งนิ่งจุมปุ๊กอยู่บนคอนโดยที่เนวานบอกว่ามันกำลังหลับ แล้วผมก็พามันกลับมาที่หอสลิธิรีนทั้งๆที่มันยังนอนหลับอยู่อย่างนั้นแหละ

เมื่อมาถึงห้องและจัดการหาที่แขวนกรงของมันเรียบร้อย (โดยยืมที่แขวนกรงของเพื่อนที่เอานกของตัวเองไปแลกกับคนอื่นอยู่มา) อีกปัญหาที่ผมกังวลเกี่ยวกับมาร์กาเร็ตคือการปรับตัวเข้ากับที่อยู่ชั่วคราวของมัน รวมถึงการต้อนรับจากเหล่าสมาชิกต่างสายพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในห้องของผมนี่แหละ

เพราะห้องที่หอใต้ทะเลสาบนั้นนอกจากผมแล้วก็ยังมีรูมเมทอีกสี่คน และแน่นอนว่ามีสัตว์เลี้ยงอีกสี่ชนิด อันได้แก่ งูไพธอนเผือก มิสลูน่า, เฟนเน็คฟ็อกซ์ เจอรี่, แมวซาวันน่า ปารีส และกาชื่อลูว์  สำหรับมิสลูน่านั้นผมไม่ค่อยกังวลเสียเท่าไหร่ในเมื่อมันขี้อายและมักจะนอนขดตัวในเสื้อของเจ้าของเสมอ และตราบเท่าที่มาร์กาเร็ตไม่ไปปลุกเจอรี่เข้ามันก็ไม่น่าห่วงเช่นกัน แต่สำหรับลูว์และปารีสนั้นผมไม่ค่อยมั่นใจ

แต่สุดท้ายแล้วเหล่าสัตว์เลี้ยงของรูมเมทนั้นก็ไม่ได้สนใจอะไรกับเพื่อนร่วมห้องตัวใหม่มากนักอย่างที่ผมกังวล เว้นก็แต่เจ้าแมวซาวันน่าตัวโตที่ดูจะสนใจมาร์กาเร็ตเป็นพิเศษในเวลาที่ผมปล่อยมันออกมาเดินรอบๆในตอนกลางคืน แต่พอมาร์กาเร็ตเห็นเข้ามันก็เปลี่ยนเป็นไต่มานั่งบนไหล่ผมก่อนจะเริ่มไซ้ขนของตัวเองแทน

เนวานบอกผมว่าเขามักจะปล่อยมันออกมาเดินบ่อยๆในตอนกลางคืน ผมกลัวว่ามันจะเดินไปเดินมาจนโดนงาบก็เลยเปลี่ยนมาเป็นการปล่อยมาร์กาเร็ตออกมาในตอนเย็น แล้วก็พามันมาเข้ามาเล่นระหว่างนั่งทำการบ้านในห้องนั่งเล่นรวมแทน ในระหว่างนั้นมาร์กาเร็ตก็จะไต่ข้ามหนังสือบนโต๊ะไปมาบ้าง เล่นกับพวกเพื่อนๆของผมที่ชอบเอาปลายปากกาขนนกเขี่ยๆตัวมันเล่นบ้าง บินสำรวจรอบๆห้องนั่งเล่นรวมบ้าง ปีนป่ายบนตัวผมก่อนจะนั่งหลับบ้าง ซึ่งผมก็ไม่ได้ว่าอะไรนอกจากจะรู้สึกว่าจั๊กจี้แล้วก็แปลกใหม่ดี บางครั้งเมื่อผมหรือใครก็ตามเอื้อมไปลูบตัวมันก็จะไซ้ๆหัวกลมๆกับอุ้งมือนั้น เป็นท่าทีที่น่ารักอย่างมาก และผมคิดว่าไม่เคยเห็นนกฮูกตัวอื่นทำกัน

ในตอนกลางวันมาร์กาเร็ตมักเกาะคอนนิ่งๆแล้วก็นอนหลับอย่างสบาย ดูอย่างวันแรกที่ผมไปรับมันมาจากเนวานก็เป็นตัวอย่างที่ดี เพราะดูมันจะไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกย้ายที่จนกระทั่งมันตื่นขึ้นในตอนค่ำและผมเปิดกรงให้มันออกมาเดินเล่นเป็นครั้งแรกนั่นแหละที่ดูมันจะนิ่งๆ งงๆ มองผมแล้วก็มองสำรวจในห้อง นอกจากนั้นมันก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการกินและไต่ไปมา ผมไม่ได้ปล่อยให้มันบินออกไปไหนในตอนกลางคืน เพราะอย่างที่รู้ หอของสลิธิรีนอยู่ใต้ทะเลสาบ ไม่มีหน้าต่างที่เปิดออกข้างนอกได้อย่างหออื่น ถ้าหากมีอะไรเกิดขึ้นกับมันก็จะไม่สามารถกลับเข้ามาได้เลยในเวลากลางคืน เพราะฉะนั้นถ้าปล่อยมาร์กาเร็ตออกไปก็คงต้องไปรับมันมาอีกทีในตอนเช้า ซึ่งดูออกจะอันตรายสำหรับมันไปสักนิด แต่เท่าที่ดูมาร์กาเร็ตก็ไม่ได้ร้อนอกร้อนใจอะไรที่ไม่ได้ออกไปข้างนอก

เช้าวันหนึ่งในอาทิตย์นั้นผมก็ได้รับของจากที่บ้านเป็นปกติ แต่คราวนี้แม่ส่งคุ้กกี้สำหรับสุนัขถุงเล็กๆที่ได้จากเพื่อนมาให้ผมด้วย ตอนแรกผมกะจะเก็บไว้แล้วให้สไกล่าร์เอง แต่คิดอีกทีก็เห็นว่าส่งให้เนวานใช้ผูกมิตรกับสไกล่าร์ดีกว่า (ถึงจะรู้ว่าไม่จำเป็นก็เถอะ) แต่เพราะผมไม่รู้ว่าตอนนี้เนวานอยู่ไหนจึงได้แต่ถือมันไปมาตลอดเช้า จนกระทั่งตอนพักกลางวันผมก็ไม่เห็นตัวเขา สุดท้ายเลยเดินกลับไปที่หอ เปิดกรงให้มาร์กาเร็ตแล้วผูกห่อเล็กๆนั่นไว้ที่ขาของมันพร้อมกระดาษโน้ต ก่อนจะปล่อยให้เจ้านกฮูกตัวเล็กบินไปหาเจ้าของของมัน

ตอนที่ปล่อยมาร์กาเร็ตตรงทางเข้าห้องนั่งเล่นรวม ในใจก็แอบรู้สึกตื่นเต้นแล้วก็ลุ้นไปกับมันด้วย ว่ามันจะหาเนวานเจอหรือเปล่า หรือจะใช้เวลานานไหม นี่ละมั้งความรู้สึกของคนที่มีนกฮูกเป็นของตัวเอง

ไม่นานหลังจากนั้นมันก็กลับมา ซึ่งก็เร็วกว่าที่ผมคาดนั่นคือยังไม่หมดช่วงพักกลางวันเลยด้วยซ้ำ ผมจึงจัดการเติมถั่วกับเมล็ดทานตะวันที่เป็นของชอบให้มันเพิ่มเป็นพิเศษจากอาหารในมื้อธรรมดาพร้อมกับเกาๆตัวมันเบาๆคล้ายกับที่เกาหูให้สไกล่าร์เพื่อเป็นการชม แล้วผมก็เห็นว่ามาร์กาเร็ตดูจะชอบอกชอบใจดี

นกฮูกเป็นสัตว์นักล่า แต่สำหรับมาร์กาเร็ตแล้ว ดูมันจะคุ้นเคยกับคน ชอบให้เล่น ชอบให้จับ ผมจึงคิดว่ามันมักคุ้นชินกับการได้รับอาหารจากคนมากกว่า  อาหารของนกฮูกโดยทั่วไปมักเป็นเนื้อสด สัตว์ตัวเล็กๆอย่างหนู กบ สัตว์เลื้อยคลานตามป่า ไม่ก็หนอนหรือแมลง ซึ่งเนวานก็ให้บางอย่างมา แต่เห็นว่ามันก็ชอบกินถั่วและเมล็ดทานตะวันด้วยเหมือนกันถ้ามีคนให้ ผมเคยลองให้ไข่ต้มแบบเดียวกับที่ให้สไกล่าร์กินดู เพียงแต่เอาช้อนตัดๆบดให้มันเป็นชิ้นเล็กๆให้กินสะดวกๆเสียหน่อย มาร์กาเร็ตก็ยังกิน

คืนวันศุกร์หลังจากจบคาบดาราศาสตร์ ถึงมันจะต่อจากมื้อเย็นก็เถอะ แต่พอต้องออกไปตากลมข้างนอกมันก็ใช้พลังงานเยอะเสียจนพอกลับลงมาถึงในหอก็หิวแทบแย่ โชคดีว่ามีข้าวโพดคั่วแบบที่แกะห่อแล้วมันจะป๊อปออกมาโดยอัตโนมัติ (เหมือนที่ร้านจะมีทั้งรสธรรรมดา คาราเมล และรสอื่นๆอีก แต่ที่บ้านส่งมาให้แค่แบบธรรมดาซึ่งผมก็ไม่ได้ว่าอะไร) ผมให้อาหารมาร์กาเร็ตซึ่งช้ากว่าปกติไปนิดหน่อย เมื่อเสร็จก็กลับไปนั่งบนเตียงแล้วก็แกะถุง รอให้มันเกิดเสียง ‘ป๊อป’ แล้วค่อยเปิดออกมากิน พอเริ่มกินไปสองสามชิ้นมาร์กาเร็ตที่ผมเพิ่งปล่อยออกจากกรงก็ไต่มาด้อมๆมองๆใกล้ๆ พอหยิบข้าวโพดคั่วชิ้นเล็กจิ๋วยื่นให้มันก็ลองจิกๆกินดู ผมคิดว่ามันคงชอบเลยหยิบให้อีกสองสามชิ้น ระหว่างที่ดูมันค่อยๆจิกกินผมก็กินส่วนของผมไปด้วย รู้ตัวอีกทีก็เมื่อมีรุ่นพี่รูมเมทคนหนึ่งก็มายืนข้างๆก่อนจะกระแอมขึ้นมาจนผมสะดุ้งและทำให้ข้าวโพดในถุงหกลงบนเตียง แต่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรนอกจากจะหัวเราะหึๆ คว้าข้าวโพดในถุงไปกำหนึ่งแล้วก็เดินกลับไป มาร์กาเร็ตตั้งท่าจะเดินมาหาข้าวโพดที่หกอยู่อย่างสนใจแต่ผมก็รีบเก็บก่อนมันจะกินมากเกินไปจนไม่สบาย ผมคิดว่ามันคงหิว เพราะวันนี้ให้อาหารช้าไปหน่อยแน่ๆ

ในวันเสาร์ผมเอากรงของมาร์กาเร็ตไปตากแดดในตอนเช้า ถึงแม้จะทำความสะอาดทุกวัน แต่ก็พอรู้ว่าควรจะเอากรงมาผึ่งแดดผึ่งลมข้างนอกบ้าง นกฮูกนั้นเป็นสัตว์ที่ทำให้ที่อยู่อาศัยมีกลิ่นได้ง่ายเพราะอาหารที่มันกินเข้าไป ดังนั้นจึงละเลยเรื่องความสะอาดไม่ได้เด็ดขาด หากดูแลไม่ดีก็อาจส่งผลให้เจ็บไข้ได้ป่วยกันทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยง นอกจากนั้นยังเป็นโอกาสที่จะพามาร์กาเร็ตให้ออกมาอาบแดดในตอนเช้านิดหน่อย เนวานแนะนำให้ทำแบบนี้เพื่อมันจะได้มีสุขภาพที่ดีและมีกระดูกที่แข็งแรง ต่อเมื่อแดดเริ่มแรงขึ้นผมถึงพามันกลับเข้าไปในปราสาทและค่อยกลับมาเก็บกรงเมื่อทุกอย่างแห้งสะอาดดีแล้ว

หนึ่งสัปดาห์กับการดูแลมาร์กาเร็ตผ่านไปอย่างรวดเร็ว ผมรู้สึกว่ามันช่างสงบสุขเมื่อไม่มีคนคอยแย่งมื้ออาหารยามดึก (ส่วนในมื้อปกติ สไกล่าร์ที่ได้กินอาหารจากหอเรเวนคลอมาแล้ว แต่ถ้าเนวานให้มันตามออกมาได้ก็เห็นมันเดินเถลไถลมาจนถึงโต๊ะสลิธิรีนได้เสียทุกที)

ผมหิ้วกรงมาร์กาเร็ตไปคืนให้แก่เนวานพร้อมๆกับรับสไกล่าร์กลับมา เราคุยกันนิดหน่อยเกี่ยวกับสภาพของพวกมันทั้งสองในช่วงเจ็ดวันที่ผ่านมา ใจจริงก็แอบไม่อยากรับรู้วีรกรรมที่สไกล่าร์ไปทำไว้ตอนอยู่กับเนวานเลยสักนิด แต่หลังจากที่ได้ฟังแล้วก็รู้สึกว่าไม่ผิดจากที่คิดเสียเท่าไหร่ ในขณะเดียวกันก็ไม่ลืมบอกเรื่องที่ไม่ได้ปล่อยมาร์กาเร็ตออกไปบินข้างนอกเลยนอกจากตอนที่ให้เอาคุ้กกี้ไปส่งให้ซึ่งเนวานก็เข้าใจดี

การอยู่กับมาร์กาเร็ตตลอดหนึ่งสัปดาห์ทำให้ผมได้รู้ว่าผู้จะเป็นเจ้าของมันต้องมีความเอาใจใส่และพิถีพิถันพอสมควร เพราะถึงนกฮูกจะขึ้นชื่อว่าเป็นนกนักล่า แต่พวกมันก็ดูเปราะบางกว่าสัตว์ที่ผมคุ้นเคยอย่างสุนัขมาก ในการดูแลมันต้องอาศัยความเอาใจใส่และความรับผิดชอบอย่างสูง ก่อนหน้านี้ผมเคยคิดว่าทำไมตัวเองไม่เลือกความสะดวก ทำไมไม่เอานกฮูกนาของที่บ้านมา แทนที่จะเป็นสไกล่าร์ แต่ในช่วงเจ็ดวันนี้ทำให้ผมคิดว่าตัวเองตัดสินใจถูกแล้ว เพราะนอกจากผมจะไม่ได้ดูแลนกฮูกพวกนั้นอย่างใกล้ชิดคุ้นเคยมาก่อน สภาพหอสลิธิรีนผมก็ว่าไม่เหมาะกับสัตว์ปีกจริงๆ พวกมันไม่สามารถมาเคาะหน้าต่างขอเข้าห้องได้อย่างพวกนกของคนในหออื่น ดูแล้วไม่แปลกใจที่ครอบครัวทางฝ่ายแม่ของผมซึ่งเป็นสลิธีรีนแทบจะทุกคนเลือกที่จะเลี้ยงงูหรือสัตว์เลื้อยคลานอื่นๆ อย่างน้อยก็สัตว์สี่ขาปกติธรรมดา ไม่มีใครเลือกที่จะเลี้ยงนกกันสักคน

 

หลังจากนี้ก็ขอแค่ได้ลูบหัวลูบตัวพวกมันเฉยๆดีกว่า

ถึงจะโดนขโมยอาหารบ้าง แต่สำหรับผม สไกล่าร์เป็นสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสมกับผมที่สุดแล้ว

 

 

      *****************************    

 

 

เอาสไกล่าร์ไปแลกกับน้องมาร์กาเร็ตของเนวานบายน้องวิน @meme14941 มาก่ะ ,,=w=,,   ตอนแรกนึกว่ายังไม่ใกล้ถึงวันส่ง ดูปฏิทินอีกทีแล้ววิ่งกรี๊ดมาทำแทบไม่ทัน /ไห้ แล้วร่างรูปไว้อีกหลายรูปมาก กะจะลงประกอบเอ็นทรี่ แต่ตอนนี้เกิดเอ็กซิเดนท์ขึ้นมาคือปวดขามากจนนั่งไม่ไหวแล้วค่ะฮือออ //ลงไปตาย  /กราบขอโทษต่อคะแนนบ้านไว้ ณ ที่นี้        

 

 

 

คราวหน้าจะไม่ดองแล้วค่าาาา /ก็พูดยังงี้ทุกที .  

ศจ.ไคลี่ : ตรวจการบ้านเรียบร้อยแล้วค่ะ ได้ 3 คะแนนค่ะ

#1 By Yohan Nefia on 2015-09-20 17:39