[GoC] At the bank of the river Ness.

posted on 30 Dec 2015 03:14 by farlyanar in ExteenCommunities

เอ็นทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้

 

 

 

 

The Ness Bank

 

บาร์เหล้าขนาดสามคูหาแห่งนั้นตั้งอยู่หัวมุมถนนชิเซโร่ ตัดกับถนนสายW60 ฝั่งตะวันตกของชิคาโก้ รายล้อมไปด้วยอาคารบ้านเรือนที่เรียงต่อกันไปเป็นช่วงๆ อันที่จริงตึกแถวๆนี้ก็ดูคล้ายกันไปหมด บรรดาร้านรวงริมถนนจึงต้องสรรหาไอเดียแปลกใหม่มาตกแต่งร้านเพื่อเรียกร้องความสนใจจากบรรดาลูกค้า แม้บางร้านที่อยู่ใกล้เคียงกันจะดูมีรสนิยมต่างกันสุดโต่งไปบ้างก็ตามที

หล่อนมองผ่านกระจกหน้ารถออกไป เมื่อรถคันหน้าชะลอความเร็วลงและเทียบจอดที่ข้างทางหญิงสาวก็ใช้มือจัดปกเสื้อคลุมของตนให้เรียบร้อย

ชายหนุ่มร่างสูงถือร่มออกมาจากรถคันนั้นก่อนจะเดินมาทางหล่อน คิดว่าต้องใช้เวลาสักครู่หนึ่งกว่าที่เขาจะมาถึง ดังนั้นหญิงสาวจึงใช้โอกาสช่วงสั้นๆสั่งความกับผู้ที่เป็นคนขับรถให้หล่อนในวันนี้

“แจสเปอร์คะ ฉันฝากคุณดูแลของให้ด้วยนะคะ”

หล่อนหมายถึงสิ่งของขนาดกลางที่วางอยู่บนเบาะ ยามนี้มันถูกคลุมปิดไว้ด้วยผ้าบางๆสำหรับกันฝุ่น ซึ่งมันติดมาอย่างนั้นตั้งแต่ที่คฤหาสน์ หญิงสาวเลิกมันขึ้นเพื่อดูของข้างใต้ก่อนจะปล่อยให้ผ้าเลื่อนไปกองอยู่ข้างๆของสิ่งนั้น

“ไม่มีปัญหาครับบอส”

ชายหนุ่มบนที่นั่งคนขับกล่าวตอบมาพร้อมรอยยิ้มยืนยันให้หล่อนมั่นใจ เห็นอย่างนั้นหญิงสาวก็หัวเราะน้อยๆ

“ยังไงเสียฉันอาจจะให้คุณวูลฟ์มาเอามันไปทีหลัง ขอบคุณค่ะ”

สิ้นประโยคพร้อมกับที่ประตูรถเปิดออก ชายหนุ่มที่หล่อนรู้จักดียืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับร่มคันใหญ่ที่กางรอไว้ แม้ในอีกมือหนึ่งเขาจะถือไม้เท้าดูไม่ค่อยสมกับวัยที่ดูหนุ่มแน่น แต่นั่นก็ไม่ได้ให้เขาดูเสียบุคลิกแต่อย่างใด

หล่อนก้าวลงจากรถอย่างไม่รีบร้อนก่อนจะเดินนำไปทางประตูไม้ที่เห็นอยู่เบื้องหน้า

ทันทีที่ก้าวเข้ามาในร้านก็สามารถสัมผัสบรรยากาศภายในที่อบอวลไปด้วยการตกแต่งที่มีกลิ่นอายของสก็อตแลนด์อยู่ทั่วไปหมด ตั้งแต่ปี่สก็อตที่ประดับอยู่มุมหนึ่งในร้าน ภาพวาด ภาพถ่ายที่ประดับฝาผนัง โดยเฉพาะภาพสีน้ำมันขนาดใหญ่ของเมืองอินเวอร์เนสส์ที่แขวนประดับอยู่เหนือบาร์

ริมฝั่งแม่น้ำเนสส์

มาเรีย ปาทริอาร์ก้า ไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมเจ้าของร้านถึงตั้งชื่อมันแบบนั้น ในมุมมองของหล่อน จิตสำนึกรักถิ่นฐานบ้านเกิดมักถูกถ่ายทอดจากรุ่นพ่อแม่ซึ่งเป็นผู้อพยพไปสู่รุ่นลูกหลาน ทำให้แม้จะมีฐานะเป็นพลเมืองของสหรัฐอเมริกา แต่พวกเขาหลายคนที่หล่อนเคยพบต่างภาคภูมิใจและไม่รีรอที่จะอวดอัตลักษณ์แห่งถิ่นฐานบ้านเกิดที่ครอบครัวของตนจากมา แม้ที่ชิคาโก้นี่จะไม่ได้มีการแข่งขันด้านความหลากหลายทางเชื้อชาติมากมายเท่าที่หล่อนเคยพบในนิวยอร์ค แต่ก็ลุ่มลึกและมีเสน่ห์ในแบบเฉพาะของเมืองนี้เอง

อย่างสก็อตติชรุ่นที่สองอย่างอาเธอร์ บรู๊คส์ มาสเตอร์ของร้าน The Ness Bank เองก็ดูมีรสนิยมที่ดีไม่น้อย

ความคิดคำนึงของหล่อนทั้งหมดนี้เกิดขึ้นหลังจากการถอดเสื้อโค้ตผ้าทวีตตัวโปรดส่งให้คนสนิทรับไปถือไว้ หล่อนใช้เวลาเพียงชั่วครู่กวาดตามองสำรวจในขณะที่ก้าวเดินจากหน้าประตูไปจนถึงหน้าเคาท์เตอร์บาร์ หล่อนเห็นบาร์เทนเดอร์หนุ่มที่ขมีขมันทำความสะอาดบาร์ไม้ขัดมันเงยหน้าขึ้นก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นกลุ่มผู้มาใหม่ และเมื่อหล่อนเอ่ยขอพบเจ้าของร้าน เขาก็รับคำอย่างรีบร้อนก่อนจะผละจากหลังบาร์ไป ทั้งที่จริงๆจะสั่งให้พนักงานเสิร์ฟสาวๆสักคนที่อยู่แถวนั้นไปจัดการให้ก็ยังได้ กิริยาเหล่านั้นทำให้มาเรียค่อนข้างมั่นใจว่าชายหนุ่มผู้นี้รู้ดีว่าหล่อนคือใคร

เมื่อร่างสูงปราดเปรียวหายไปทางหลังร้าน หล่อนก็เปรยยิ้มให้กับหญิงสาวคุ้นตาที่นั่งอยู่บนสตูลหน้าบาร์ใกล้ๆ คล้ายกับว่าสาวน้อยผู้นั้นจะยิ้มตอบ นอกจากนี้หล่อนยังเห็นดวงหน้าคุ้นเคยของอีกหลายคนปะปนอยู่กับบรรดาลูกค้าในร้าน หนึ่งในนั้นยกแก้วกาแฟในมือตนขึ้นนิดๆเป็นเชิงทักทาย

คนของหล่อนอยู่ที่นี่แล้ว เห็นอย่างนั้นมาเรียก็รู้สึกสบายใจมากขึ้นจากเดิม แม้จะรู้แต่แรกว่าที่นี่ไม่มีอะไรที่สามารถทำให้หล่อนกังวลใจได้ก็ตามที

“คุณวูล์ฟ บุหรี่ค่ะ” หล่อนกล่าวสั้นๆด้วยน้ำเสียงน่าฟัง สิ้นคำร่างสูงที่ยืนประกบอยู่ข้างๆราวกับต้องการจะพิทักษ์ปกป้องก็เปิดกล่องเก็บก้นกรองบุหรี่สีดำตัวยาวที่หล่อนมักจะใช้อยู่เป็นประจำออกมาส่งให้ ตามด้วยการจุดบุหรี่ให้หล่อนถึงจะดูเหมือนไม่ใช่หน้าที่ของเขาโดยตรง แต่หล่อนก็ชักจะชินเสียแล้วที่อีกฝ่ายมักจะตามมาอยู่ข้างๆตัวแบบนี้

หลังจากอีกฝ่ายจุดบุหรี่ให้ มาเรียก็อัดควันลึกเข้าปอดก่อนระบายออกมาช้าๆ กวาดสายตาคมกริบมองไปทั่วร้านอีกครั้ง มีหลายคนที่เห็นกิริยานั้นแล้วก็รีบหลบสายตา แต่บางคนที่เฉยนิ่งซ้ำยังจ้องกลับมา หล่อนก็เผยรอยยิ้มให้อย่างไร้ความกังวลใจ

ครู่เดียวหลังจากนั้นมาสเตอร์ของร้าน The Ness Bank ก็ปรากฏตัวออกมาจากหลังร้าน ชายวัยหกสิบเศษดูจะมีสีหน้าที่ทั้งตื่นเต้นและประหลาดใจ

“มิสปาทริอาร์ก้า ขอโทษนะครับที่ทำให้ต้องรอ ยังไงเสียไปคุยกันที่ออฟฟิศข้างบนดีกว่าครับ”

ดูเหมือนบาร์เทนเดอร์หนุ่มของร้านจะบอกกล่าวอีกฝ่ายเรียบร้อยว่าใครเป็นผู้มาขอพบ อาเธอร์จึงเลือกที่จะหลบเลี่ยงความอยากรู้อยากเห็นของคนในร้านโดยการเชิญหล่อนขึ้นไปยังห้องทำงานส่วนตัวเสียเลย เมื่อหล่อนตอบรับ ร่างท้วมของเจ้าของร้านก็สั่งความคนสนิทให้ดูแลร้านแทนตน และเมื่อแน่ใจว่าบาร์เทนเดอร์หนุ่มพยักหน้ารับ เขาก็พาตัวเองเดินขึ้นบันไดขึ้นเพื่อนำอีกฝ่ายไปยังออฟฟิศของตน

สิ่งแรกที่หล่อนคิดเมื่อก้าวเข้าสู่บริเวณใหม่ของร้านคือพื้นที่ชั้นสองที่ได้รับการตกแต่งอย่างใส่ใจมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งเครื่องเรือนและของตกแต่งที่แม้จะยังคงแฝงกลิ่นอายแบบสก็อตแลนด์ไว้อย่างนุ่มนวลเหมือนพื้นที่ในชั้นล่าง แต่วัสดุของของตกแต่งแต่ละชิ้นนั้นเห็นได้ชัดว่ามีมูลค่าค่อนข้างสูงทีเดียว รวมถึงการจัดการแบ่งสรรพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วน นับว่าเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ตั้งใจจะมาพูดคุย—และดื่ม อย่างมีความเป็นส่วนตัว

หล่อนพอจะรู้จากปากคำของคนที่เคยถูกส่งมาดูลาดเลาในร้าน The Ness Bank มาก่อนหน้านี้ว่า ถึงพื้นที่ร้านจะถือว่าเล็ก และไม่ได้ตั้งอยู่ในเขตที่เรียกได้ว่าใจกลางเมืองของชิคาโก้ก็จริง แต่สิ่งที่ดึงดูดใจลูกค้าคือความเอาใจใส่และบริการชนิดที่เรียกว่าแทบไม่มีขาดตกบกพร่องของมาสเตอร์กับบรรดาพนักงานในร้านนี่เองที่ทำให้ The Ness Bank มักจะได้รับเลือกให้ต้อนรับลูกค้าคนสำคัญๆของชิคาโก้มานักต่อนัก ทั้งนักการเมืองท้องถิ่น เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางนักธุรกิจและพ่อค้าที่ร่ำรวย แน่นอน รวมไปถึงบรรดาผู้มีอิทธิพลต่างๆที่อยู่ในชิคาโก้ด้วย

แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ The Ness Bank เป็นหนึ่งในไม่กี่ร้านที่กล้าท้าทายกฎหมายการห้ามซื้อขายเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อไม่ได้มีกลุ่มอิทธิพลหรือแฟมิลี่ใดๆหนุนหลังพวกเขาอยู่ แต่ดำเนินกิจการต่อไปด้วยความมุ่งมั่นของมาสเตอร์ล้วนๆ

แก้วกาแฟและกาน้ำชาเย็นชืดที่ตั้งอยู่ตามโต๊ะของลูกค้าภายในร้านสลับกับแก้วม็อคเทล โทนิคและน้ำผลไม้ ถือเป็นวิธีการหลบเลี่ยงบรรดาผู้รักษากฏหมายอย่างหนึ่ง เพราะแทนที่ภายในจะบรรจุชาหรือกาแฟตามที่สายตาคนภายนอกเข้าใจ (ก็อาจมีบ้างบางแก้วหรือบางกาที่เป็นชากาแฟจริงๆ) กลับกลายเป็นเครื่องดื่มมึนเมาชั้นดีที่เจ้าของร้านสรรหามาเก็บไว้ มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างมาว่าตั้งแต่แรกเริ่มเปิดร้าน แม้แต่สุราชั้นดีจากต่างประเทศที่แพงแสนแพงอย่างไร ขอเพียงแค่บอกความต้องการกับอาเธอร์เขาก็สามารถหามาให้คุณได้ แค่ต้องจ่ายด้วยราคาที่สมน้ำสมเนื้อเท่านั้นก็เพียงพอ

และนั่นคงเป็นสาเหตุที่ทำไมอาเธอร์ บรู๊คส์ มาสเตอร์แห่ง The Ness Bank ถึงสามารถพัฒนาปรับปรุงร้านมาได้จนถึงจุดที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

การสำรวจด้วยสายตาของหล่อนจบลงเมื่อเจ้าของร้านร่างท้วมเปิดประตูออฟฟิศของตนเองที่ด้านในสุดบนชั้นสอง ก่อนจะผายมือเชื้อเชิญให้มาเรียและชายหนุ่มผู้ติดตามเข้าไปภายใน อาเธอร์ตั้งท่ารอที่หลังเก้าอี้ด้วยหมายใจจะแสดงความเป็นเจ้าบ้านที่ดีด้วยการขยับเก้าอี้ให้หญิงสาวยามหล่อนเดินมาถึง แต่เมื่อสบสายตาคมกริบของร่างสูงที่เดินตามมาด้านหลังก็เปลี่ยนใจให้อีกฝ่ายเป็นคนจัดการหน้าที่นี้เสียเอง

เมื่อแขกผู้มาเยือนทั้งสองได้จับจองพื้นที่ของตน เจ้าของร้านก็พาร่างของตนเองไปทรุดลงนั่งหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่  เห็นเช่นนั้นหญิงสาวก็เริ่มเข้าสู่ประเด็นโดยไม่มากความ

“มิสเตอร์บรู๊คส์ ได้ข่าวว่าช่วงนี้กำลังลำบากเลยสินะคะ โดยเฉพาะเรื่องโกดังสินค้านั่น...เสียใจด้วยจริงๆค่ะ”

หล่อนหมายความถึงข่าวเล็กๆในชิคาโก้ทริบูนเมื่อไม่นานมานี้ เมื่อจู่ๆก็เกิดเพลิงไหม้ขึ้นที่บ้านร้างนอกตัวเมืองชิคาโก้ น้อยคนนักจะรู้ว่ามันเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของอาเธอร์และเขาใช้มันแทนโกดังเก็บสุราต่างประเทศที่ถูกนำเข้าแบบหนีภาษีตลอดหลายปีที่ผ่านมา

แต่หล่อนรู้

เจ้าของร้านร่างใหญ่ชะงักไปนิดหนึ่งก่อนจะทอดถอนใจ

“ผมไม่แปลกใจที่คุณจะรู้ ใช่ สินค้าที่ผมเก็บสะสมไว้ส่วนใหญ่หายไปเกือบทั้งหมด การเผาเป็นแค่ความพยายามอำพรางคดีเท่านั้น ซึ่งไอ้เรื่องนี้มันก็แจ้งความไม่ได้เสียด้วย ผมเสียหายไปเยอะมากกับเรื่องนี้ แถมยังมีพวกนักเลงที่คอยตามรังควานลูกค้าและคนในร้านอีก”

คงเพราะเมื่อพบว่าอีกฝ่ายรู้เรื่องของตนเองดีกว่าที่คิด ดังนั้นการจะปกปิดไปก็ไร้ประโยชน์และเปลืองเวลาเปล่า อาเธอร์จึงยอมรับมันออกมาอย่างง่ายๆ

หญิงสาวพยักหน้าน้อยๆอย่างเข้าใจ

“อีกอย่างหนึ่งคือเรื่องการนำเข้าสินค้า ยิ่งเวลาผ่านไปนานมากเท่าไหร่ก็ยิ่งจัดการลำบากใช่ไหมคะ ทั้งภาษีเอย การหลบเลี่ยงสายตาตำรวจเอย การที่คุณจะดูแลทั้งหมดนี้เพียงลำพังโดยไม่ให้ขาดตกบกพร่องเหมือนเดิมมันก็ลำบากไม่ใช่น้อย” หล่อนสบตาเจ้าของร้านนิดหนึ่งก่อนจะยิ้ม “ฉันทราบว่าคุณเองก็มีพันธมิตรที่ดีอยู่แล้ว แต่ว่า..อย่างที่ฉันได้แจ้งมาในจดหมายก่อนหน้านี้นั่นล่ะค่ะ คือทางปาทริอาร์ก้าเองก็อยากที่จะได้คุณและร้านนี้มาเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ และฉันก็ทราบอีกด้วยว่าก่อนหน้านี้เคยมีคนเกริ่นๆเรื่องนี้กับคุณบ้างแล้ว นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ฉันเดินทางมาที่นี่ในวันนี้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าฉันยื่นข้อเสนอให้คุณด้วยความจริงใจ”

หล่อนสบตาเขานิ่งก่อนจะสังเกตเห็นปื้นสีม่วงที่ซีดจางจนเกือบมองไม่เห็นบนใบหน้าของอาเธอร์ ไม่ว่าคิดอย่างไรเมื่อไม่นานมานี้มันคงเป็นรอยฟกช้ำที่ดูน่ากลัว นอกจากนั้นร่องรอยจางๆจากการต่อสู้ยังทิ้งแผลเป็นไว้บนร่างกายและใบหน้าของเจ้าของร้านเต็มไปหมด

การที่ The Ness Bank ดำเนินธุรกิจมาได้โดยไม่มีอิทธิพลของใครหนุนหลังนั้น แม้อาเธอร์อาจจะพูดได้เต็มปากว่ามันคือความภูมิใจของเขา แต่มันก็คงมีเบื้องหลังที่ยากลำบากพอสมควร ร่องรอยที่หล่อนเห็นนั้นอาเธอร์ได้มันมาจากการปกป้องร้านและลูกค้าจากการตามรังควานของพวกนักเลงหัวไม้กลุ่มเดิมๆที่ยิ่งนานก็ดูเหมือนย่ามใจ มาสร้างความเสียหายให้ร้านมากขึ้นเรื่อยๆ

คราวล่าสุดหล่อนได้ยินมาว่าเขาต้องปิดร้านไปร่วมอาทิตย์เพื่อรักษาตัวและซ่อมแซมร้าน ถึงอย่างนั้นเมื่อกลับมาเปิดร้านตามปกติ ลูกค้าที่ยังเข้าร้านก็ยังแน่นขนัดอยู่เหมือนเดิม

แต่การที่ร้านนี้จะดำเนินกิจการได้ต่อไปโดยไม่พึ่งพาใครเลย หล่อนเห็นว่ามันต้องแลกมากับความยากลำบากหลายประการ และด้วยวัยขนาดนี้แม้แต่เจ้าตัวเองก็คงเริ่มมองว่ามันชักจะได้ไม่คุ้มเสียเท่าไหร่เสียแล้ว

ก่อนจะถึงวันที่อาเธอร์จะหมดกำลังใจ นี่จึงเป็นเวลาที่ใครสักคนจะต้อง