--------------Signal Lost--------------

 

[Ending: Kanon Elegante]

 

 

 

 

 

 photo EBFLP01_resize.jpg

 photo EBFLP01_resize.jpg

 photo EBFLP01_resize.jpg

 photo EBFLP01_resize.jpg

 photo EBFLP01_resize.jpg

 photo EBFLP01_resize.jpg

 photo EBFLP01_resize.jpg

 photo EBFLP01_resize.jpg

 photo EBFLP01_resize.jpg

 photo EBFLP01_resize.jpg

 photo EBFLP01_resize.jpg

 photo EBFLP01_resize.jpg

 photo EBFLP01_resize.jpg

 photo EBFLP01_resize.jpg

 photo EBFLP01_resize.jpg

 photo EBFLP01_resize.jpg

 photo EBFLP01_resize.jpg

 photo EBFLP01_resize.jpg

 photo EBFLP01_resize.jpg

 photo EBFLP01_resize.jpg

 photo EBFLP01_resize.jpg

 photo EBFLP01_resize.jpg

 photo EBFLP01_resize.jpg

 photo EBFLP01_resize.jpg

 photo EBFLP01_resize.jpg

 photo EBFLP01_resize.jpg

 photo EBFLP01_resize.jpg

 photo EBFLP01_resize.jpg

 photo EBFLP01_resize.jpg

 photo EBFLP01_resize.jpg

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สวัสดีค่ะ

 

 

ก็...

นี่คือบทจบของเนื้อเรื่อง ของคุณคาน่อน เอเลแกรนท์ค่ะ

 

ถึงแม้ช่วงเวลาในโลกคราทอสจะฟรีซไปแล้ว แต่ว่า.... เราไม่สามารถทนเสียงกรีดร้องร่ำไห้ของคาน่อนได้อีกแล้วค่ะ

 

 

ถึงจะเป็นจินตนาการ แต่คำว่า “ปล่อยฉันไป” ที่ลอยวนอยู่รอบตัวเธอทุกครั้งที่เรานึกถึง เป็นสิ่งที่ทำให้เราเข็นมันออกมาจนได้ค่ะ

 

 

อาจจะอ่านไม่ค่อยรู้เรื่องบ้าง เพราะเราก็ไม่เก่งคอมมิค แต่ก็ทำด้วยความรู้สึกที่ว่าไม่อยากปล่อยให้มันล่วงเลยไปมากกว่านี้

ไหนๆก็ครบรอบหนึ่งปีนี่นา

 

 

แล้วก็ นี่เป็นการทำเพื่อคาน่อนด้วย

 

 

คาน่อน เอเลแกรนท์

ตัวละครที่เราได้มีโอกาสเป็นคนขับเคลื่อนน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย แต่เรื่องราวและความเป็นไปของเธอมันบาดอยู่ในใจและทำร้ายเราไปหลายครั้ง มากกว่าลูกรักคนอื่นๆอีกหลายคน

ก็คงเหมือนกับออริของหลายๆคน

เธอมีชีวิตอยู่จริงๆในใจฉัน มีตัวตน มีความรู้สึก

แล้วในช่วงหลังๆนี้ เธอก็กำลังทรมาน ทรมานกับคำสัญญาที่ตัวเองหมดโอกาสที่จะทำต่อไปให้สำเร็จ

 

 

 

เกริ่นถามก่อนว่า เคยคุยกับลูกๆตัวเองในหัวไหมคะ?

 

วิธีสื่อสารกับลูกๆของหลายๆคนนั้นเท่าที่เรารู้มาก็จะแตกต่างกัน

ไม่ได้มีการสื่อสารกันเลยบ้าง

สื่อสารกันโดยการพูดคุยกันบ้าง

สื่อสารกันโดยคล้ายๆกับเราเป็นผู้เฝ้ามองและเขียนเรื่องราวให้พวกเขาอยู่บ้าง

 

ของเรา ส่วนมากจะเป็นประการแรกค่ะ

เพราะเราจะกำหนดกะเกณฑ์บทบาทของลูกให้เลยโดยที่ไม่ได้คิดว่าเขาจะชอบหรือไม่

จนต้องได้คิดแบบเขาสักพัก ลองโรลดู ลองทำเนื้อเรื่อง สักพักใหญ่ๆที่เราถึงจะรู้ว่า จริงๆลูกคนนี้เป็นยังไง อิมเมจตรงกับตอนที่สร้างไหม

บางคนก็ตรง บางคนก็ไม่ตรง บางคนก็เหนือความคาดหมาย

 

 

สำหรับคาน่อน  เธอเป็นคนพิเศษค่ะ

 

ในยุคแรกของ EBF เราสร้างเธอขึ้นมาแค่เพราะว่า นั่นแหละ เราอยากได้ตัวละคร นักบินหญิง และ ผู้การ

ถึงตอนที่เสร็จออกมาเรียบร้อยจะได้แค่นักบินหญิงก็เถอะ

ตอนนั้นบทบาทของคาน่อนคือ เป็นนักบิน เป็นคุณหนูของตระกูลร่ำรวย แต่ไม่หยิ่ง

ดูเหมือนจะเล่นง่ายนะ แต่เอาเข้าจริงแล้วยากมากๆ

เธอได้รับการอบรมเลี้ยงดูที่ดี บุคลิกมารยาทจึงเป็นคุณหนูจ๋า แต่ในอีกทางก็สามารถวิวาทกับคนอื่นได้

คือแลดูเบียวว่างั้นเถอะ

ตลอดช่วงเบต้าเทสต์  เราเลยได้แต่นั่งคิดถึงเธอ แล้วก็นึกว่า ฉันจะทำยังไงกับเธอดี ฉันจูนเธอไม่ติดเลยเด็กน้อย

 

เราโชคดีที่พอเข้าช่วงคอมมูเปิดอย่างเป็นทางการ ได้มีโอกาสเสนอชื่อคาน่อนเข้าไปอยู่ในโปรเจ็คคอมมิคของคุณนามิ ซึ่งแม้จะเงียบไปในภายหลัง แต่เพราะโครงเนื้อเรื่องของคุณนามิทำให้ในที่สุดเราก็มีโอกาสปรับแก้ประวัติของคาน่อนอีกครั้ง

ประกอบกับช่วงนั้นเป็นช่วงที่เริ่มมีแนวทางและข้อมูลต่างๆในคอมมูชัดขึ้นด้วยล่ะนะ

 

เกลเทียสเองก็เกิดมาเป็นช่วงนั้น

(น่าสงสาร เกิดมาแล้วก็ตายเลย)

 

 

เพราะประวัติของคาน่อนมีการเปลี่ยนแปลงหลายครั้ง ซึ่งนั่นมันทำให้ในที่สุดเราก็ได้เห็นความมืดในใจเธอเข้าในวันหนึ่งจนได้

 

เราพอมองออกอยู่ว่าคาน่อนแปลก แต่สุดท้ายไปๆมาๆก็พบว่าคาน่อนกลายเป็นตัวละครที่มีลักษณะเป็นไบโพล่าร์ไปเสียโดยที่เราไม่รู้ตัว

ด้านหนึ่ง ซึ่งเป็นลักษณะนิสัยหลักที่เราสร้างให้ คือเป็นคนสบายๆ ใจดี ไร้สติในบางครั้ง เฟรนด์ลี่ เข้ากันได้กับทุกคน ชอบช่วยเหลือคนอื่น กล้าท้าชนกับสิ่งที่เธอคิดว่าไม่ถูกต้อง

เวลาสองปีที่ร่อนเร่ไปในคราทอสทำให้คาน่อนน้อยๆใจดีกลายเป็นหญิงสาวที่แกร่งและพึ่งพาตัวเองได้

 

 

แต่ในขณะเดียวกัน อีกด้านของคาน่อนที่เราเพิ่งพบนั้น มีความรักความหลงอย่างรุนแรงเป็นส่วนประกอบ

หลงเมามัวในรัก จมปลักอยู่กับความหลัง ซึมเศร้าไม่เอาอะไร หมดอาลัยตายอยากเมื่อไม่มีเกลเทียส

 

เกลเทียสเป็นโลกทั้งใบของคาน่อน

 

เขาทำให้เธอรักการออกบินบนท้องฟ้า

เขาทำให้เธอกล้าที่จะทำอะไรเพื่อคนอื่น

เขาทำให้เธอกล้าที่จะต่อสู้กับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

 

เขาทำให้คาน่อนมีสิ่งสำคัญที่สุดสามอย่าง

หนึ่ง คือตัวเขา เกลเทียส กราดิอุส

สอง คือสิ่งที่เขามอบให้ นัมเบอร์เซเว่น และการบินไปบนฟ้าอย่างอิสระ

สาม คือสิ่งที่เขายอมเสียสละตัวเองเพื่อมัน กองทัพปฏิวัติ และเอ็ดการ์ เจ. ฟีนิกซ์

 

 

แล้ววันนึงเมื่อเกลเทียสหายไป โลกของคาน่อนก็บิดเบี้ยวผิดเพี้ยนไปด้วย

ยิ่งนานยิ่งไม่สามารถทำให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้

 

 

อาจเพราะสาเหตุนี้ ทำให้แม้โดยนิสัยคาน่อนเธอจะค่อนข้างแสดงความขบถออกมาบ่อยครั้ง (เช่นการไปเรียนต่อโรงเรียนขุนนางใหญ่ หรือการทำเรื่องใหญ่โตหลังจากเกลเทียสตาย ออกจากบ้านแล้วหายตัวไป จนสุดท้ายก็มาเข้ากับกองทัพปฏิวัติ) แต่พอคิดอีกทีเธอไม่ค่อยใช้ข้อดีนี้ (เรามองว่าเป็นข้อดีนะ) เพื่อตัวเองสักเท่าไหร่

ตั้งแต่วันที่โลกของเธอพังทลาย

เธอไม่ได้เข้มแข็งขึ้นเพื่อตัวเองเลยสักนิด

เธอทำทุกอย่างตามเกลเทียส มีชีวิตอยู่แบบที่เกลเทียสอยากจะเป็น

 

ทุกๆอย่างที่คาน่อนทำไป เพื่อเกลเทียส เกลเทียส และเกลเทียสเท่านั้น

 

แล้วพอเกิดเหตุไม่สามารถดำเนินปณิธานของตนเองได้ต่อไป โลกทั้งโลกของคาน่อนก็เหมือนล่มลง เธอจมอยู่กับบ่อแห่งความเศร้า ความผิดหวัง

แล้วก็ปัดมือของหนึ่งในคนที่รักเธอที่สุดอย่างไอน์ไดร์ดออกไปเสียไม่มีดี

 

 

จะว่าไป ไอน์ไดร์ดก็เป็นตัวละครที่น่าสงสารที่สุดตัวหนึ่ง

โชคชะตาทำให้แวร์ไฮบริดอย่างเขาได้พบคาน่อน แล้วเขาก็รักเธอมาตั้งแต่แรกพบ

แต่ในใจคาน่อนมีแต่เกลเทียสจนมืดบอดและไม่ยอมรับรู้ความรู้สึกของคนอื่น

ไม่ว่าจะของใคร คาน่อนไม่ใส่ใจทั้งนั้น

 

เธอจะอยู่เพื่อสิ่งที่สัญญาไว้กับเกลเทียสเท่านั้น

 

 

ตลอดสองปีของการร่อนเร่ไปในคราทอส คาน่อนมีไอน์ไดร์ดเคียงข้าง แต่เธอก็ไม่ได้สนใจเขามากไปกว่าการเป็น “อาจารย์” ที่สอนวิธีการเอาตัวรอดในโลกให้เธอ

 

คาน่อนจำเป็นต้องหาวิธีเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด เพื่อสัญญาที่ให้ไว้กับสิ่งที่เหลือของเกลเทียส  นั่นคือการล้างแค้น

 

พอเราเริ่มรู้ตัว เราก็พยายามถามตัวเองว่า เปลี่ยนแปลงคาน่อนให้รักตัวเองมากกว่านี้หน่อยดีไหม

แต่ก็ทำไม่ได้แล้ว เราทิ้งเธอให้จมความเศร้าโศกที่ต้องสูญเสียเกลเทียสไว้นานเกินไป จนแม้ต่ตัวเอง ซึ่งเป็นผู้สร้างตัวละครและสตอรี่ ก็หาวิธีช่วยเยียวยาจิตใจของเธอให้กลับมาไม่ได้เลย

 

จุดแตกหักอยู่ตอนอีเวนท์ไนท์แมร์ครั้งสุดท้ายเมื่อปีที่แล้ว

 

ตามปกติเราก็คิดว่าเฉยๆนะ ถ้าลูกตายตามอีเวนท์

ในนิยายของตัวเองก็วางแปลนให้นางเอกตายสามเรื่องติดจนโดนด่าว่าอีซาดิสม์

 

แต่พอถึงคราวของคาน่อน

 

 

เธอแค่บาดเจ็บสาหัส

ถ้าเธอยอมเข้ารับการรักษา ใส่อวัยวะเทียม เราเชื่อว่าเธอจะสามารถมีชีวิตอย่างปกติสุขต่อไปได้อีกนาน

 

แต่ว่านี่คือคาน่อน และอย่างที่บอกไป เธอมีสิ่งสำคัญสามอย่าง

หนึ่ง เกลเทียส กราดิอุส ตายจากเธอไปนานมากแล้ว

สอง นี่คือสิ่งที่เธอเพิ่งจะสูญเสีย

 

การสูญเสียมือไป (ตอนนี้คาน่อนมีนิ้วมือที่ใช้การได้พียงสี่นิ้วเท่านั้น) ทำให้เธอช็อค

 

เธอตั้งคำถาม

ถ้าเธอไม่มีมือ เธอจะขึ้นขับนัมเบอร์เซเว่นอย่างไร

 

การที่เธอสูญเสียมือ ทำให้เธอคิดว่าเธอสูญเสียสิ่งสำคัญข้อที่สอง นัมเบอร์เซเว่นและการบินไปบนท้องฟ้า

 

และจากนั้น เธอก็สูญเสียข้อที่สามตามไปแทบจะพร้อมกัน

 

 

ทหารที่สูญเสียสมรรถภาพในการรบ ได้แต่ต้องนั่งจับเจ่าทำงานเอกสาร

ต้องบอกตรงนี้ว่าคาน่อนไม่ได้ดูถูกเพื่อนทหารในสายงานนี้นะคะ ตรงกันข้าม เธอชื่นชมพวกเขาที่สามารถทำงานซึ่งเธอไม่เคยมีความอดทนจะทำให้มันสำเร็จลุล่วงเลย

 

แต่การที่ตัวเองได้อยู่หน้ามาตลอด ได้สู้รบเพื่อกองทัพอากาศ ได้เสี่ยงชีวิต คาน่อนมองว่ามันคือคุณค่าของเธอในฐานะนาวาโทแห่งกองทัพอากาศค่ะ

เมื่อขับเครื่องบินรบไม่ได้ ออกรบภาคสนามไม่ได้ คาน่อนก็จึงคิดว่า เธอไม่มีคุณค่าใดๆหลงเหลืออีกต่อไปแล้วเท่านั้นเองค่ะ

 

และเมื่อถูกความคิดเช่นนั้นครอบงำ คาน่อนก็เริ่มขังตัวเองอยู่ในห้อง.......

 

 

และนับแต่นั้น คาน่อนที่เราไม่เคยคุยกันในมโนสำนึก ก็มากรีดร้องอยู่ข้างหูให้เราฟังบ่อยครั้งว่า “ปล่อยฉันไป”

 

อย่าให้ฉันต้องทรมานกับความไร้ค่าของตัวเองอย่างนี้เลย

 

ฆ่าฉันที

 

 

 

 

 

 

ในพาร์ท Ending นี้ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในวันที่ 7 เดือน 7 ค่ะ

ก่อนวันเกิดอายุครบ 26 ปีของคาน่อนไม่กี่วัน

และถ้าเกลเทียสยังอยู่ มันจะเป็นวันเกิดครบรอบ 39 ปีของเขา

 

ก่อนหน้านี้ อย่างที่อธิบายไป คาน่อนตกอยู่ในภาวะซึมเศร้า หดหู่ สิ้นหวัง ความเจ็บปวดจากการสูญเสียอวัยวะทำให้เธอต้องพึ่งพายาเป็นจำนวนมาก.

เอาแต่โทษว่าเป็นฤทธิ์ของฝันร้ายที่ตัวเองไม่อาจหนีได้ ทั้งที่ก็แค่ไม่ยอมเปิดใจรับมัน

 

นอกจากนี้ยังเชื่อฝังหัวว่าตัวเองไม่หลงเหลือคุณค่าในการมีชีวิตอีกต่อไปแล้ว

จิตใจที่ดิ่งลงทุกทีไม่ยอมเปิดรับใคร ไม่ว่าจะเพื่อน พี่ หรือแม้แต่พ่อ

จนกระทั่งภาพของอันโนนเกลเทียสที่เคยพบผุดขึ้นจากความทรงจำ เธอจึงหลงไปกับคำพูดของมันซึ่งเป็นเพียงจินตนาการของตัวเองอย่างง่ายดาย

 

สุดท้าย เธอจึงบอกลาสิ่งที่เธอสูญเสียไปแล้ว

ก่อนที่จะสูญเสียตัวเองไปด้วยเป็นสิ่งสุดท้ายค่ะ

 

 

(สำหรับคนที่สงสัยเรื่อง “สูญเสียการบิน” แต่ทำไมยังบินด้วยนัมเบอร์เซเว่นได้ อันนี้หมายรวมถึงสูญเสียความสามารถในการใช้งานนัมเบอร์เซ่เว่นในฐานะเครื่องบินรบ ในรูปถึงจะดูง่ายๆ แต่อันที่จริงแล้วการบังคับเครื่องบินด้วยมือเดียวอย่างนี้ในความคิดคาน่อน เธอรับไม่ได้เลยค่ะ รับไม่ได้เลยแม้แต่น้อย)

 

 

 

 

ตัวเราเอง หลังจากที่พยายามคิดมานาน แต่ก็ไม่สามารถหาวิธีช่วยเหลือเธอได้อีก

คือ... มันก็เป็นตัวละครของเราเนอะ แต่เราก็หาทางไปต่อให้ไม่ได้แล้วจริงๆ 

 

ไม่รู้แล้วเหมือนกันว่าตัวเองควรหาทางลงให้ได้ยังไง

 

จนกระทั่ง สุดท้ายของสุดท้าย

 

 

เหมือนที่ไอน์ไดร์ดบอกนั่นแหละ

 

ยังไงก็คงต้องปล่อยมือ....

แล้วเลือกแต่หนทางนี้เท่านั้น

 

 

 

ถามว่าเราเขียนพาร์ทนี้แล้วเราสบายใจขึ้นไหม

 

ก็ต้องบอกตามตรงเลยค่ะว่าไม่ ยังทรมานเหมือนเดิม

 

แต่อย่างน้อยเสียงกรีดร้องนั่นตอนนี้ก็ไม่รู้สึกถึงมันอีกแล้ว

 

 

อย่างน้อยก็เหมือนว่าเราจะพอเห็นทางออกบ้างแล้วล่ะค่ะ

 

 

 

สำหรับใครที่อ่านแล้วงุนงงสงสัย ถามได้นะคะ

 

 

มีหลายเรื่องเลยระหว่างที่ทำแล้วเราคิดว่าต้องเอามาเขียนตรงนี้ แต่สุดท้ายก็ลืม

 

รู้สึกว่าที่เขียนมาถึงตอนนี้ไม่ได้ครึ่งของสิ่งที่คิดด้วยซ้ำค่ะ

 

 

 

 

 

  • จะว่าไปตอนเป็นกองทัพปฏิวัติ เกลเทียสไม่น่าใส่ชุดกองทัพอากาศนะ งงเมามั่วละไง
  • จริงๆก็เขียนดำน้ำเยอะ เติมน้ำมัน หอควบคุมการจราจรทางอากาศ บลาๆ
  • เขียนเสร็จแล้วก็พึงระลึกว่า...มึงมันวาดรูปห่วยเกิน เรื่องห่วยเกิน แอคชั่นห่วยเกิน สื่ออารมณ์และความหมายห่วยเกิน ไปฝึกใหม่ไป๊

 

 

 

 

 

 

และเนื่องจากมีน้องๆอัลบาทรอสที่น่ารักมากมายซึ่งเราไม่สามารถวาดเองได้ จึงดราฟท์ (แย่)

น้องอัลบาทรอสที่น่ารับมาจากที่ต่างๆดังนี้

 

แล้วก็พีซเมคเกอร์ดราฟท์จาก http://1000aircraftphotos.com/Fairchild/6313.htm ค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณทุกคนมากค่ะที่เล่นร่วมกันมา

Tags: ebf 0 Comments